Development of Greases

ประวัติการพัฒนาจาระบี พอสังเขป ตั้งแต่อดีด ถึง ปัจจุบัน
(Development of Greases)
ก่อนปี ค.ศ. 1840
Beverol - พัฒนาจาระบีจากกลุ่มไขสัตว์ (Development greases of Animal fat)
ค.ศ. 1840 จาระบีกลุ่ม แคลเซี่ยม (Calcium soap)
จาระบีกลุ่ม โซเดี่ยม (Sodium soap)
ค.ศ. 1942 Esso:-
จาระบีกลุ่ม ลิเธียม (Lithium soap)
ค.ศ. 1945 Shell:-
จาระบีกลุ่ม ลิเธียม 12 ไฮดรอกซี่ สเตอเรด (Lithium 12 hydroxy stearate)
ค.ศ. 1980 W.McClennan:-
จาระบีกลุ่ม ลิเธียม คอมเพล็กซ์ (Lithium Complex)
ค.ศ. 1985 Beverol:-
จาระบีกลุ่ม ผสม Lical (Lithium + Calcium)
ค.ศ. 1987 Witco:-
จาระบีกลุ่ม แคลเซี่ยม ซัลโฟเนต (Calcium Sulfonate) + เอนไฮเดรส แคลเซี่ยม
ค.ศ. 2004 Crompton:-
Incorporated calcium salicylate into the grease
1). ก่อนปี ค.ศ.1942 มีจาระบีที่เป็นที่นิยมใช้อยู่ 2 ชนิด คือ
1.1) จาระบีแคลเซี่ยม (Calcium Soap Grease)
ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในตัวเอง คือ การต้านทานน้ำได้ดี แต่มีข้อเสียไม่สามารถใช้งานในที่อุณหภูมิสูง
เกิน 60°C
1.2) จาระบีโซเดี่ยม (Sodium Soap Grease)
สามารถใช้งานในที่อุณหภูมิสูงกว่า >100°C แต่ไม่สามารถต้านทานน้ำได้ดี
2). จนกระทั่งปี ค.ศ.1942 ได้มีการพัฒนาครั้งสำคัญในวงการจาระบี โดย ESSO ได้ผลิตจาระบีลิเธี่ยม (Lithium
Soap Grease) ซึ่งจาระบีชนิดนี้ ให้คุณสมบัติการต้านทานน้ำ และทนควมร้อนได้ดีกว่าจาระบี 2 ชนิดแรก คือ
ทนความร้อน 120°C ถึง 140°C
3). ในปี ค.ศ. 1945 - Shell พัฒนาจาระบี ลิเธี่ยม ไฮดรอซี่ สเตอเรต(Lithium 12 Hydroxy Stearic Acid) ขึ้นแทน
ที่ ESSO จาระบีชนิดนี้ มีความคงทนของเส้นใย (Strength of Soap Fibers) ดีกว่า สามารถใช้งานได้นานกว่า
*แต่มีจุดอ่อนของจาระบี ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ คือ*
ก. การเปลี่ยนสภาพของจาระบี
เนื่องจากสารเพิ่มคุณภาพ ประเภท การรับภาระงานหนัก EP(extreme pressure additives) โดยทั่วไป จาระบีจะต้องมีสารเพิ่มคุณภาพ กลุ่ม EP เช่น ตะกั่ว(lead), พลวง(animony), กำมะถัน(sulphur), สารประกอบ ฟอสฟอรัส(phosphorus compounds), เพื่อให้สามารถรับภาระงานหนัก และเคลือบผิวโลหะ ป้องกันสนิม(iron sulphide of phosphate lager) ลดการสึกหรอ แต่ขณะที่อุณหภูมิใช้งานสูงขึ้นถึง 80°C สารเพิ่มคุณภาพเหล่านี้ จะมีผลทำให้โครงสร้างจาระบีเปลี่ยนไป ซี่งทำให้เนื้อจาระบีเสียสภาพ และในที่สุดก็ไหลออกจากลูกปืน
*จากการทดสอบ SKF-ROF Test กับลูกปืนจำนวน 10 ตัว, รอบ 10,000 RPM อุณหภูมิ 120°C, ภาระ 50 ปอนด์*
จาระบีที่ไม่ผสมสารเพิ่มคุณภาพ (Non EP grease) มีอายุการใช้งานได้นาน 20,000 ชั่วโมง
จาระบีที่ผสมสารเพิ่มคุณภาพ (EP grease) มีอายุการใช้งานได้นาน 600 ชั่วโมง
ข. คุณสมบัติต้านทานน้ำ
คุณสมบัติของจาระบีชนิดนี้ ในความเป็นจริงแล้ว การป้องกันการรวมตัวกับน้ำ สู้จาระบีแบบเดิม คือ แคลเซียม(Calcium soap grease) ไม่ได้ ซึ่งถ้าหากน้ำเข้าไปผสมกับจาระบี แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ
- โครงสร้างเนื้อของจาระบีเสียไป ในที่สุดก็ไหลออกจากลูกปืน
- สูญเสียคุณสมบัติในการยึดเกาะผิวโลหะ
- สารเพิ่มคุณภาพ จะเสื่อมสภาพเร็ว
4). จนกระทั่งหลัง ปีค.ศ.1980 เป็นต้นมา ได้มีผู้ผลิตหลายรายต่างได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เหมาะสมกับงาน
ที่หลากหลาย และให้สอคล้องกับความต้องการทางเทคโนโลยี่สมัยใหม่ของเครื่องจักร จึงได้มีจาระบีหลายฐาน
การผลิตในลักษณะของสบู่ หรือสารอุ้มน้ำมันให้เลือกมากขึ้น ดังนี้ เบนโทน โพลียูเรีย อลูมินั่ม คอมเพลกซ์ ฯลฯ